หยุด! 5 พฤติกรรมทำร้ายเท้า
หยุด! 5 พฤติกรรมทำร้ายเท้า

 หยุด! 5 พฤติกรรมทำร้ายเท้า

สาวๆ รู้หรือไม่ว่าทุกๆ ก้าวของเราล้วนทำให้เกิดความตึงเครียดกับกล้ามเนื้อบริเวณเท้าได้นะคะ
 
มีหลายพฤติกรรมที่สาวๆ อาจละเลยเพิกเฉยเพราะคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ไม่น่าจะส่งผลกับเท้าสวยๆ ของเรา จนเมื่อเกิดปัญหาใหญ่ถึงค่อยหันมาใส่ใจกับเท้าคู่นี้ ซึ่งถ้าปล่อยไว้นานเกินไป สุขภาพที่เสียไปจะยิ่งยากต่อการรักษาแก้ไข
 
โจลีจึงอยากชวนมาหยุด “5 พฤติกรรมร้ายทำลายสุขภาพเท้า” กันค่ะ
 
หากสาวๆ รู้สึกว่าการหยุดพฤติกรรมเหล่านี้ทันทีมันช่างยากเย็นจัง อย่างน้อยลองเริ่มต้นจากการค่อยๆ เลี่ยงและลดพฤติกรรมเหล่านี้กันทีละเล็กทีละน้อยก่อน เพราะ สุขภาพเท้าที่ดีในอนาคตต้องเริ่มต้นจากวันนี้นะคะ
 
STOP 1 !! สวมใส่รองเท้าส้นสูงหรือรองเท้าแตะเป็นประจำ
 
ไม่ผิดนะคะที่จะสวมใส่รองเท้าแตะหรือส้นสูงตามโอกาสที่เหมาะสม แต่หากสวมใส่เป็นประจำหรือบ่อยเกินไป เราอยากให้สาวๆ เลี่ยงหรือลดลงสักหน่อยดีกว่านะคะ
 
เพราะรองเท้าเหล่านี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการยืนนานๆ หรือเดินเยอะๆ ไม่ได้มีทรงรองเท้าและพื้นรองเท้าที่สามารถซัพพอร์ตฝ่าเท้าและรับน้ำหนักได้ดีพอ
 
อาจสวมแล้วสวยหรือสบายเท้า แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงของการปวดเท้า กล้ามเนื้อและเส้นเอ็น รวมถึงเป็นสาเหตุของกระดูกเท้าโปน
 
ย้ำอีกครั้งว่าใส่ได้ไม่ผิด! แต่อย่าใส่บ่อยจนติดเป็นนิสัยนะคะสาวๆ ทั้งหลาย
STOP 2 !! สวมรองเท้าไม่เหมาะสมกับกิจกรรมที่ทำ
 
จะกล่าวโทษรองเท้าส้นสูงให้เป็นรองเท้าเจ้าปัญหาอย่างเดียวก็ไม่เป็นธรรมใช่ไหมล่ะคะ
 
รองเท้าใดๆ ก็ตามที่ไม่เหมาะสมกับงานหรือกิจกรรมที่ทำอาจทำให้เท้าของคุณบาดเจ็บได้ (หรือยิ่งกว่านั้นอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง) เช่น การสวมรองเท้าแตะแบบเปิดนิ้วไปเดินป่า สวมรองเท้าที่ไม่มีดอกยางบนพื้นผิวที่เปียกลื่น หรือสวมส้นสูงไปลงพื้นที่ไซต์งานก่อสร้าง เป็นต้น
 
ดังนั้นก่อนออกเดินทางเพื่อทำกิจกรรมในแต่วัน สาวๆ อย่าลืมเลือกใส่รองเท้าที่เหมาะสมกันนะคะ แนะนำให้ศึกษาข้อมูลรองเท้าของเราว่ามีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง เพื่อการเลือกใช้งานที่เหมาะสมค่ะ
STOP 3 !! เดินเท้าเปล่าในที่สาธารณะ
 
ขึ้นชื่อว่าที่ “สาธารณะ” แน่นอนว่ายากต่อการควบคุมในเรื่องของความสะอาดของพื้นผิวที่เท้าเราจะสัมผัสนะค่ะ
 
ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ยิ่งในที่ที่คนมาชุมนุมกันเยอะๆ ด้วยแล้วยิ่งสุ่มเสี่ยงที่เท้าเราจะเกิดโรคผิวหนังที่ไม่พึงปรารถนา
 
ซ้ำร้ายกว่านั้นคือการเกิดอุบัติเหตุกับเท้า เช่น การเหยียบเศษหิน เศษแก้ว จนเกิดเป็นบาดแผลที่เท้า ไม่สนุกแน่ๆ ค่ะ เพราะนอกจากจะเจ็บตัวแล้วยังต้องเสียเงิน เสียเวลา ไปหาหมอทำแผล เกิดเป็นรอยแผลเป็นขึ้นมาเท้าสาวๆ ก็หมดสวยด้วยใช่ไหมล่ะ
STOP 4 !! สวมรองเท้าแต่ไม่สวมถุงเท้า
 
เท้าของเราเป็นอวัยวะที่มีต่อมเหงื่อจำนวนมากเมื่อเทียบกับอวัยวะอื่นๆ เมื่อมีต่อเหงื่อมากก็จะมีความอับชื้นมาก
 
หากไม่สวมถุงเท้า เหงื่อที่ออกจากเท้าของก็จะไม่มีอะไรซับและจะเกาะอยู่ด้านในของรองเท้า ทำให้เกิดการสะสมของแบคทีเรียและเชื้อราผลเสียที่ตามมาที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือกลิ่นไม่พึงประสงค์
 
การสวมถุงเท้าก็เหมือนการสร้างกำแพงป้องกันการแพร่กระจายของแบคทีเรียและเชื้อราที่เท้าไปสะสมที่รองเท้า แม้สาวๆ บอกว่าล้างเท้าก็หายแล้ว แต่อย่าลืมว่าเชื้อราและแบคทีเรียยังเกาะเหนียวแน่นรอ Say Hello อยู่ในรองเท้าค่ะ
STOP 5 !! ไม่พักเท้าหรือละเลยสัญญาณเจ็บปวดที่เท้า
 
เจ็บนิดเดียว เดี๋ยวก็หาย ...อดทนอีกหน่อย เดี๋ยวก็เสร็จงานแล้ว ...เจ็บนิดเดียวไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง คำปฏิเสธที่สาวๆ มักปลอบประโลมจิตใจเวลามีสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเท้า
 
หากมีบาดแผลผิดปกติเกิดขึ้นที่เท้า ตาปลาที่เริ่มใหญ่ขึ้นหรือมีสัญญาณของการติดเชื้อที่เล็บเท้า อย่าชะล่าใจหวังว่ามันจะหายไปเอง
 
แม้แต่การเดินหรือยืนนานๆ จนปวดเท้า ก็เช่นกัน อย่าคิดว่าหายแล้วจะไม่เป็นปัญหาในอนาคต
 
ปัญหาเท้าที่ไม่ได้รับการแก้ไข อาจกลายเป็นปัญหาที่สะสมไปเรื่อยๆ จนเรื้อรังร้ายแรง
 
สาวๆ อย่าเพิกเฉยต่อสัญญาณต่างๆ ที่เกิดขึ้นนะคะ โจลีอยากแนะนำให้คอยสังเกตอาการของเท้าเป็นประจำ เพื่อให้สามารถรักษาและแก้ไขปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ ที่ทำร้ายเท้าของเราได้อย่างทันท่วงทีค่ะ



Joli Care

5 Elements of Senior Shoes
Foot Spa at Home in 5 Steps article
7 Guidelines for Buying Walking Shoes
ท่าบริหารเท้าง่ายๆ-ทำได้ที่บ้าน
3 วิธีขจัดคราบบนรองเท้าหนังกลับ article